ยาเมือง: สมุนไพรและหมอพื้นบ้านล้านนา
หน้านี้สอนเรื่องวัฒนธรรมการรักษาของล้านนาและสิ่งที่งานวิจัยพบ ไม่ใช่คำแนะนำให้ใช้ยา สมุนไพรเป็นยาจริง มีทั้งฤทธิ์และพิษ ถ้าป่วย ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร ดูแลเด็ก หรือกินยาอื่นอยู่ ให้ปรึกษาแพทย์ เภสัชกร หรือแพทย์แผนไทยที่มีใบอนุญาตก่อนเสมอ
หมอเมือง: ใครคือผู้รักษา
Northern Thai folk healers are called mor mueang or mor ya mueang, and their medicine ya mueang. The healer and the herbalist were usually the same person; monks also kept medical manuscripts and gave plant medicines. Knowledge passed by mouth from father to son or master to student, through manuscripts in Lanna script, and through the temple.
คนภาคเหนือเรียกผู้รักษาพื้นบ้านว่า "หมอเมือง" หรือ "หมอยาเมือง" และเรียกยาของเขาว่า "ยาเมือง" งานศึกษาหมอพื้นบ้านในเชียงรายพบว่าคนที่ตรวจโรคกับคนที่ปรุงยามักเป็นคนเดียวกัน ส่วนพระสงฆ์ในวัดก็เป็นผู้เก็บรักษาคัมภีร์ยาและให้ยาสมุนไพรแก่ชาวบ้านด้วย
การรักษาแบบล้านนาไม่ได้แยกร่างกายออกจากจิตใจและสิ่งที่มองไม่เห็น หมอจึงมักใช้ยาสมุนไพรควบคู่กับพิธีกรรม เช่น พิธีส่งเคราะห์ พิธีสืบชะตา และการทำน้ำส้มป่อยเพื่อชำระสิ่งไม่ดี ผู้นำพิธีของหมู่บ้านอย่าง "ปู่จ๋าน" ก็มีบทบาทในพิธีเหล่านี้
ความรู้ของหมอเมืองส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ในตำราเรียน แต่ส่งต่อด้วยปากและการลงมือทำ จากพ่อสู่ลูก หรือจากครูสู่ศิษย์ ศิษย์เรียนโดยอยู่ข้างครูที่บ้าน ดูการตรวจร่างกาย ไปเก็บยาในป่าตามฤดู ช่วยต้มยา บดยา และท่องคาถาที่ใช้คู่กับยา
ความรู้ที่เป็นตัวหนังสือจารไว้ด้วย "ตัวเมือง" (อักษรธรรมล้านนา) บนใบลานและบนกระดาษสาที่เรียกว่า "พับสา" ศิษย์ต้องอ่านตัวเมืองให้ออกจึงจะใช้ตำรับยาได้ วัดเป็นศูนย์กลางของการอ่านเขียน การบวชเรียนจึงเป็นทางหนึ่งที่จะได้เข้าถึงคัมภีร์ยา
งานวิจัยในชุมชนชาวไทใหญ่พบว่าคนหนุ่มสาวรู้จักพืชสมุนไพรน้อยกว่าผู้สูงอายุ ผู้วิจัยเตือนว่าความรู้กำลังสูญหาย และควรบันทึกไว้โดยละเอียดก่อนจะสายเกินไป
ธาตุ ลม และรสยา: ล้านนาอธิบายความเจ็บป่วยอย่างไร
Lanna medicine sees the body as four elements, earth, water, fire and wind; illness begins when their balance breaks, and one element out of balance unsettles the others. Healers name sixteen kinds of lom (wind) disorder. Herbs and formulas are hot, cold or balanced, and a cure is often given as a pair: ya kae to correct the illness and ya theep to clear what is left.
การแพทย์ล้านนามองร่างกายว่าประกอบด้วยธาตุสี่ คือ ธาตุดิน (ส่วนที่เป็นของแข็ง อวัยวะ) ธาตุน้ำ (ของเหลวในร่างกาย) ธาตุไฟ (ความอบอุ่นและไฟย่อยอาหาร) และธาตุลม (การเคลื่อนไหว การไหลเวียน การหายใจ) ร่างกายแข็งแรงเมื่อธาตุทั้งสี่สมดุลกัน เมื่อธาตุหนึ่งเสียสมดุล ธาตุอื่นก็เสียตาม เช่น กินอาหารแสลง ไฟย่อยอาหารก็อ่อนลง น้ำและดินก็ติดขัด แล้วลมก็ตีขึ้นทำให้ป่วย ความร้อนความหนาวจัด การเปลี่ยนฤดู และอากาศเสียก็ทำให้ธาตุเสียสมดุลได้
"ลม" เป็นหัวใจของการวินิจฉัยแบบล้านนา งานศึกษาหมอพื้นบ้านเก้าคนในเชียงรายและเชียงใหม่ (ดารณี อ่อนชมจันทร์) พบว่าหมอแบ่งโรคลมออกเป็นสิบหกจำพวก และแต่ละจำพวกยังแยกย่อยตามอาการ เช่น ลมผิดเดือน (อาการหลังคลอด) ลมสันนิบาต ลมมะโหก และลมมะเฮ็งคุด หมอเหล่านี้ใช้พืชถึง 346 ชนิดรักษาโรคลม พืชรสเผ็ดร้อนอย่างพืชวงศ์ขิงใช้ขับลมและกระตุ้นการไหลเวียน
สมุนไพรและตำรับยาถูกจัดเป็นยาฤทธิ์ร้อน ยาฤทธิ์เย็น และยาที่ร้อนเย็นเสมอกัน ขิงเป็นยาร้อน ใช้ขับลมและแก้หนาวสั่น มะเดื่ออุทุมพรเป็นยาเย็น ใช้ลดไข้และความร้อนในตัว หมอจับคู่ฤทธิ์ของยากับอาการของคนไข้
ตำราพื้นบ้านภาคเหนือยังแบ่งรสยาหลักไว้สามรส คือ รสเผ็ดร้อน แก้ลมและช่วยให้อยากอาหาร รสเปรี้ยว แก้เสมหะ และรสขม แก้โรคทางเลือด
คัมภีร์ยาล้านนามักให้ยาเป็นคู่ "ยาแก้" แก้ที่ต้นเหตุของโรค เช่น ยาแก้ห้าต้น ส่วน "ยาถอน" ช่วยถอนพิษที่ค้างอยู่และทำให้หายเร็วขึ้น เช่น ยาศรีมุลเหลือง คัมภีร์เขียนไว้ว่าถ้าให้ยาเพียงอย่างเดียว คนไข้จะหายช้าและกลับมาป่วยอีก
เก็บยาตามฤดู และพระเจ้าทั้งห้า
Northern folk healers gather each part of a plant in its season: leaves, flowers and fruits in the rains, roots and heartwood in the hot season, and bark, stem and wood in the cold season; and at its hour of the day. A remedy is best made from the "five lords" of a plant: leaf, root, stem, bark and heartwood.
ภูมิปัญญาพื้นบ้านภาคเหนือถือว่าจะได้ตัวยาดี ต้องเก็บแต่ละส่วนของพืชให้ถูกฤดูและถูกยาม ซึ่งสะท้อนความรู้เรื่องวงจรชีวิตของพืช
| ฤดู | ส่วนที่เก็บ |
|---|---|
| ฤดูฝน | ใบ ดอก ผล |
| ฤดูร้อน | ราก แก่นไม้ |
| ฤดูหนาว | เปลือก ลำต้น กระพี้ เนื้อไม้ |
ในวันหนึ่งก็มียามของมัน ใบ ดอก และผลเก็บตอนเช้า กิ่งเก็บสาย ลำต้น เปลือก และแก่นเก็บตอนเที่ยง รากเก็บตอนบ่าย
เวลาปรุงยา ตำราให้ใช้ "พระเจ้าทั้งห้า" ของต้นไม้ให้ครบ คือ ใบ ราก ก้าน เปลือก และแก่น
คัมภีร์ใบลานและพับสา
A Chiang Mai University project funded by the Health Systems Research Institute gathered 225 Lanna medical manuscripts from seven northern provinces and built a database of 7,265 formulas with 3,695 ingredients; fever is the illness they treat most often. Another review of at least 1,400 formulas found most are compound medicines of plants, animals and minerals.
โครงการของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ได้ทุนจากสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) รวบรวมคัมภีร์ใบลานและพับสาด้านการแพทย์ 225 ฉบับ จากเจ็ดจังหวัดภาคเหนือตอนบน คือ เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา ลำพูน ลำปาง แพร่ และน่าน แล้วคัดฉบับที่สมบูรณ์และเชื่อถือได้ 21 ฉบับมาปริวรรตจากตัวเมืองเป็นอักษรไทย ได้ฐานข้อมูลตำรับยา 7,265 ตำรับ ที่ใช้ตัวยา 3,695 ชนิด
โรคที่พบมากที่สุดในตำรับเหล่านี้คือ "ไข้" รองลงมาคือโรคกลุ่มสันนิบาต ขาง ลม และมะโหก ในพืช 619 ชนิดที่ใช้แก้ไข้ อ้อยแดงเป็นพืชที่ถูกใช้บ่อยที่สุด
งานทบทวนตำรายาจากใบลานอีกชิ้นหนึ่งศึกษาตำรับยาอย่างน้อย 1,400 ตำรับ พบว่าส่วนใหญ่เป็นยาตำรับที่ผสมพืช สัตว์ และแร่ธาตุ ปรุงได้ 34 รูปแบบ และตำรามักอธิบายโรคควบคู่กับพุทธศาสนาและพิธีกรรม เช่น พิธีส่งเคราะห์ พิธีต่ออายุ และพิธีที่ต้องทำเมื่อเก็บและปรุงยา
ถ้าให้ยาแก้โดยไม่ให้ยาถอน หรือให้ยาถอนโดยไม่ให้ยาแก้ คนไข้จะหายช้าและกลับมาป่วยอีก— ใจความจากคัมภีร์ยาล้านนา
สมุนไพรเด่นของหมอพื้นบ้านภาคเหนือ
Field studies of healers in Chiang Rai, Chiang Mai and Mae Hong Son, and the Lanna manuscripts, keep returning to the same families: the gingers (Zingiberaceae), the legumes (Fabaceae) and Acanthaceae. Healers mostly use leaves, then rhizomes and whole plants, mostly as decoctions, and mostly for the gut, the lungs and the skin. The table lists the plants the sources name most, with their traditional uses, not proven effects.
วรวุฒิ วันเสน และดารณี อ่อนชมจันทร์ สัมภาษณ์หมอยาเมืองสามคนในเชียงราย พบพืชสมุนไพร 75 ชนิด จาก 29 วงศ์ ส่วนที่ใช้มากที่สุดคือใบ รองลงมาคือเหง้าและทั้งต้น ยาส่วนใหญ่ใช้รักษาโรคทางเดินอาหาร ทางเดินหายใจ และผิวหนัง
ตารางนี้บอก "การใช้ตามภูมิปัญญา" ไม่ได้บอกว่ายาได้ผลจริง หลักฐานทางคลินิกของบางตัวอยู่ในหัวข้อ "หลักฐาน" ด้านล่าง
| ชื่อไทย | ชื่อวิทยาศาสตร์ | วงศ์ | การใช้ตามภูมิปัญญาภาคเหนือ |
|---|---|---|---|
| ไพล | Zingiber montanum (Z. cassumunar, Z. purpureum) | Zingiberaceae | ปวดเมื่อย เคล็ดขัดยอก ข้อเคล็ด ใช้ภายใน ขับลม ในแม่ฮ่องสอนเป็นพืชวงศ์ขิงที่มีความสำคัญทางวัฒนธรรมสูงที่สุด |
| ขมิ้นชัน | Curcuma longa | Zingiberaceae | แผลในกระเพาะ อาหารไม่ย่อย ท้องอืด |
| ข่า | Alpinia galanga | Zingiberaceae | ปวดท้อง ขับลม หวัดคัดจมูก |
| ขิง | Zingiber officinale | Zingiberaceae | ยาร้อน ขับลม แก้คลื่นไส้ แก้หนาวสั่น |
| ไพลดำ | Zingiber ottensii | Zingiberaceae | ขับลม ท้องอืด ดีซ่าน |
| ฟ้าทะลายโจร | Andrographis paniculata | Acanthaceae | ไข้ เจ็บคอ ไอ หวัด |
| พญายอ | Clinacanthus nutans | Acanthaceae | ผื่น ตุ่มพอง เริม งูสวัด |
| หนาดใหญ่ | Blumea balsamifera | Asteraceae | อาบอบหลังคลอด (ลมผิดเดือน) ขับลม |
| ส้มป่อย | Acacia concinna | Fabaceae | พืชศักดิ์สิทธิ์ ใช้ทำน้ำส้มป่อยในพิธีชำระ (ดูหัวข้อถัดไป) |
| ชุมเห็ดเทศ | Senna alata | Fabaceae | ยาระบาย โรคผิวหนัง พบบ่อยในตำรับยาไข้ของล้านนา |
| ย่านาง | Tiliacora triandra | Menispermaceae | ยาเย็น ลดไข้ ดับร้อนในตัว |
| บอระเพ็ด | Tinospora crispa | Menispermaceae | ไข้ ไข้ป่า (มาลาเรีย) อยู่ในยาแก้ห้าต้นและยาศรีมุลเหลือง |
| มะเดื่ออุทุมพร | Ficus racemosa | Moraceae | ยาเย็น ลดไข้ |
| อ้อยแดง | Saccharum officinarum | Poaceae | พืชที่ใช้บ่อยที่สุดในตำรับยาไข้ของคัมภีร์ล้านนา |
| กระโดน | Careya sphaerica | Lecythidaceae | เปลือกฝาดสมาน ท้องเสีย แผล ไข้ |
ส้มป่อย: พืชที่ชำระทั้งกายและใจ
Som poi (Acacia concinna) is a sacred plant in Lanna from birth to death. Water steeped with its pods, nam som poi, drives away ill luck and spirits, cleanses after a funeral, blesses a new house, an ordination or a soul-calling, is poured over elders' hands at the Songkran dam hua, sanctifies offerings, and is used by healers when they gather and consecrate medicines.
งานศึกษาเรื่องพิธีกรรมและคุณค่าการใช้ส้มป่อยในวัฒนธรรมล้านนาพบว่าส้มป่อยอยู่กับคนล้านนาตั้งแต่เกิดจนตาย น้ำส้มป่อยทำจากฝักแห้งที่แช่หรือปิ้งไฟ มักใส่ดอกไม้หอมหรือขมิ้นลงไปด้วย การใช้หลักมีห้าด้าน
หนึ่ง ขับไล่สิ่งไม่ดีและเคราะห์ร้าย ล้างมือล้างหน้าเมื่อกลับจากงานศพหรือป่าช้าก่อนเข้าบ้าน สอง งานมงคล เช่น ขึ้นบ้านใหม่ บวช สืบชะตา และเรียกขวัญ สาม รดน้ำดำหัวในวันสงกรานต์ รดลงบนมือผู้เฒ่า พระ และครู เพื่อขอขมาและรับพร สี่ ประพรมพระพุทธรูป ผ้าไตร และเครื่องไทยธรรมให้บริสุทธิ์ และห้า หมอยาเมืองใช้น้ำส้มป่อยเมื่อเก็บยา จับต้องยา และไหว้ครูคัมภีร์ยา เพื่อแก้สิ่งที่ผิดครู
ในตำรายา ฝักส้มป่อยรสเปรี้ยวยังอยู่ในกลุ่มยาถอนที่ช่วยชำระสิ่งค้างในร่างกายด้วย
หลักฐานบอกอะไร
A few northern herbs have been tested in people. A double-blind trial found a 15% plai balm, added to gabapentin, eased painful diabetic neuropathy more than a placebo balm; earlier trials found plai cream helps muscle strains and sprains. A review of 33 trials found andrographis eased cough and sore throat, though the studies were of poor quality. From the manuscripts, 64 plants were named as antiviral candidates, but most of that evidence comes from test tubes, not people.
ครีมไพล 14% อยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ ในฐานะยาแก้อักเสบใช้ภายนอก การทดลองแบบสุ่มปกปิดสองทางในคนไข้เบาหวานชนิดที่สองที่ปวดปลายประสาทระดับปานกลางถึงรุนแรง ให้ทาบาล์มไพล 15% หรือบาล์มหลอกเป็นเวลาสี่สัปดาห์ ทุกคนกินยากาบาเพนตินอยู่แล้ว เมื่อครบสี่สัปดาห์ คนในกลุ่มไพล 12 ใน 16 คน (75%) ปวดลดลงอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง เทียบกับ 3 ใน 15 คน (20%) ในกลุ่มยาหลอก แต่คุณภาพชีวิตโดยรวมไม่ต่างกัน งานนี้เป็นงานเล็ก ใช้เวลาสั้น
งานทบทวนก่อนหน้าพบว่าครีมไพลลดอาการปวดจากกล้ามเนื้ออักเสบและข้อเท้าแพลงได้ เป็นหลักฐานระยะสั้นเกี่ยวกับปวดกล้ามเนื้อและข้อ
งานทบทวนอย่างเป็นระบบและการวิเคราะห์อภิมาน ปี 2017 รวมการทดลอง 33 งาน ผู้ป่วย 7,175 คน พบว่าฟ้าทะลายโจรช่วยลดอาการไอและเจ็บคอเมื่อเทียบกับยาหลอก และเมื่อให้ร่วมกับการรักษาปกติ ช่วยให้หายเร็วขึ้นประมาณหนึ่งวัน แต่ผู้วิจัยเตือนว่างานที่นำมารวมมีคุณภาพต่ำและผลแตกต่างกันมาก จึงต้องตีความอย่างระมัดระวัง
นักวิจัยอ่านตำรับยาล้านนาราว 1,400 ตำรับ เทียบชื่อโรคโบราณ เช่น ไข้ไอเรื้อรัง อีสุกอีใส งูสวัด และหัด กับโรคจากไวรัสในปัจจุบัน แล้วเลือกพืช 64 ชนิด จาก 39 วงศ์ เป็นผู้สมัครยาต้านไวรัส ในจำนวนนี้ 24 ชนิดมีงานวิจัยที่ตีพิมพ์แล้วว่ามีฤทธิ์ต้านไวรัส เช่น พญายอ หนาดใหญ่ ฝาง ขิง บัวบก และแก้ว
ข้อควรรู้: ฤทธิ์เหล่านี้ส่วนใหญ่พบในหลอดทดลองหรือในสัตว์ ยังไม่ได้พิสูจน์ในคน คำว่า "ผู้สมัคร" หมายถึงพืชที่ควรศึกษาต่อ ไม่ใช่ยาที่ใช้รักษาไวรัสได้
ความปลอดภัย: ยาเมืองก็มีพิษได้
Khilek (Senna siamea) leaves eaten as a curry, boiled twice as tradition says, lose up to 90% of their barakol; taken as capsules, barakol caused acute hepatitis in Thai patients, which cleared after they stopped. Andrographis rarely causes serious harm, but stomach upsets and rashes are common, and it may interact with some drugs. Plai cream can cause an allergic rash. Traditional preparation matters, and a capsule is not the same as a meal.
ใบขี้เหล็กมีสาร "บาราคอล" ซึ่งเคยถูกนำมาทำเป็นยาเม็ดช่วยคลายกังวลและช่วยนอน รายงานจากวารสารสมาคมแพทย์ไทย ปี 2003 พบคนไข้ 12 คนที่กินบาราคอลแล้วเกิดตับอักเสบเฉียบพลัน แปดคนต้องนอนโรงพยาบาลด้วยอาการเบื่ออาหารและตัวเหลือง หลังกินวันละ 20 ถึง 40 มิลลิกรัม อาการไม่ได้ขึ้นกับขนาดหรือระยะเวลาที่กิน ทุกคนหายภายใน 2 ถึง 20 สัปดาห์หลังหยุดยา และสองคนที่กลับไปกินอีกก็ตับอักเสบซ้ำ
แต่คนไทยกินแกงขี้เหล็กกันมานาน งานวิจัยปี 2006 วัดบาราคอลในใบอ่อนสด พบ 0.40% เมื่อต้มสองน้ำตามวิธีทำแกงแบบดั้งเดิม เหลือเพียง 0.04% คือลดลงราวร้อยละ 90 ผู้วิจัยเห็นว่านี่อาจเป็นเหตุผลที่แกงขี้เหล็กไม่ทำให้ตับอักเสบ ต่างจากใบขี้เหล็กบดใส่แคปซูล
บทเรียน: วิธีเตรียมยาแบบดั้งเดิมมีเหตุผล และยาสมุนไพรในรูปแคปซูลหรือสารสกัดอาจแรงกว่าและอันตรายกว่าสมุนไพรในอาหาร
งานทบทวนความปลอดภัยของฟ้าทะลายโจรแบบกินเดี่ยว พบอาการไม่พึงประสงค์ร้ายแรงน้อยมาก ราว 0.02 ต่อผู้ป่วย 1,000 คน แต่อาการไม่ร้ายแรงพบบ่อย ราว 103 ต่อ 1,000 คน ส่วนใหญ่เป็นอาการทางเดินอาหาร เช่น คลื่นไส้ ท้องเสีย และอาการทางผิวหนัง เช่น ผื่นคัน ลมพิษ ซึ่งพบน้อยมากที่แพ้รุนแรง การศึกษาในสัตว์ชี้ว่าอาจมีอันตรกิริยากับยาบางตัว เช่น ธีโอฟิลลีน และการศึกษาในหนูขนาดสูงพบผลต่ออสุจิ
ครีมไพลโดยทั่วไปทนได้ดีในการทดลอง แต่มีรายงานผู้ป่วยเกิดผื่นแพ้ยาหลังทาครั้งที่สอง ต้องรักษาด้วยยาแก้แพ้และยาทาสเตียรอยด์นานกว่าสองสัปดาห์ผื่นจึงหาย
- สมุนไพรเป็นยา มีทั้งฤทธิ์ ผลข้างเคียง และอันตรกิริยากับยาอื่น
- สารสกัดเข้มข้นและแคปซูลไม่เหมือนการกินในอาหารหรือยาต้มแบบดั้งเดิม
- หญิงตั้งครรภ์ ให้นมบุตร เด็ก ผู้ป่วยโรคตับหรือไต และผู้ที่กินยาประจำ ต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อน
- ถ้าเกิดผื่น ตัวเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม หรือเบื่ออาหารผิดปกติ ให้หยุดและไปพบแพทย์
ความรู้ของชาติพันธุ์บนดอย
The north is home to many peoples, and each keeps its own plant knowledge. The Karen of Chiang Mai use 36 plants for the gut, most of them gingers; the Tai Yai of Mae Hong Son and Chiang Mai know 141 medicinal plants from 59 families; the Mien of Chiang Rai use 77 species, above all for women's health and digestion; and in Mae Hong Son 33 kinds of ginger are used, half of their medicinal uses recorded for the first time.
ชาวกะเหรี่ยงในจังหวัดเชียงใหม่: งานศึกษาที่สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลหลักหกคนและชาวบ้านทั่วไป 172 คน พบพืช 36 ชนิดที่ใช้รักษาโรคทางเดินอาหาร วงศ์ที่พบมากที่สุดคือวงศ์ขิง (6 ชนิด) วงศ์ยางพารา (4 ชนิด) และวงศ์ถั่ว (4 ชนิด)
ชาวไทใหญ่ในแม่ฮ่องสอนและเชียงใหม่: ผู้ให้ข้อมูล 126 คนในสี่หมู่บ้าน รู้จักพืชสมุนไพร 141 ชนิด จาก 59 วงศ์ ใช้กับความดันโลหิตสูง ปวดหลัง หลังคลอด โรคไตและนิ่ว แผล ไอ ไข้ และมาลาเรีย กลุ่มโรคที่ผู้ให้ข้อมูลเห็นพ้องกันมากที่สุดคือโรคทางเมแทบอลิซึม ชายและหญิงรู้พอ ๆ กัน แต่คนหนุ่มสาวรู้น้อยกว่าผู้สูงอายุ
ชาวเมี่ยนในเชียงราย: พบพืช 77 ชนิด จาก 46 วงศ์ มีรายงานการใช้ 352 รายงาน ส่วนใหญ่เกี่ยวกับสุขภาพผู้หญิงและระบบย่อยอาหาร และความรู้มักเฉพาะถิ่นมาก
พืชวงศ์ขิงในแม่ฮ่องสอน: พบ 33 ชนิด จาก 9 สกุล มีรายงานการใช้ 1,218 รายงาน เป็นอาหาร 572 และเป็นยา 446 ราวครึ่งหนึ่งของการใช้เป็นยาถูกบันทึกเป็นครั้งแรก ไพลสำคัญที่สุด ตามด้วยขมิ้นชัน ข่า และขิง
คำศัพท์สำคัญในภาคผนวกล้านนา
- วรวุฒิ วันเสน, ดารณี อ่อนชมจันทร์. การศึกษาการใช้พืชสมุนไพรของหมอพื้นบ้าน: กรณีศึกษาหมอพื้นบ้านจังหวัดเชียงราย. วารสารการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. he01.tci-thaijo.org
- ดารณี อ่อนชมจันทร์. การรักษาอาการโรคลมตามแนวคิดของหมอพื้นบ้านล้านนาในจังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่. วารสารการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก 13(2) ฉบับพิเศษ. dtam.moph.go.th
- อรัญญา มโนสร้อย, จีรเดช มโนสร้อย, อุดม รุ่งเรืองศรี. การรวบรวม เลือกสรร และปริวรรตคัมภีร์และตำรายาสมุนไพรล้านนาและการจัดทำโปรแกรมฐานข้อมูลตำรับยาสมุนไพรล้านนา. สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข. kb.hsri.or.th
- Revision and Extension of Indigenous Materia Medica from Palm Leaf Manuscript. Journal of Health Science of Thailand. thaidj.org
- Antiviral medicinal plants found in Lanna traditional medicine. PMC8451407
- พิธีกรรมและคุณค่าการใช้ส้มป่อยในวัฒนธรรมล้านนา. วารสารบัณฑิตแสงโคมคำ. so02.tci-thaijo.org
- เอกสารการแพทย์พื้นบ้าน: การเก็บยาตามฤดูและพระเจ้าทั้งห้า. tatc.ac.th
- Effect of topical Zingiber cassumunar on painful diabetic neuropathy: a double-blind randomized-controlled trial. PMC11364968
- Adverse Drug Eruption of Topical Plai Cream: A case study. Krabi Medical Journal. he01.tci-thaijo.org
- Hu XY et al. Andrographis paniculata (Chuān Xīn Lián) for symptomatic relief of acute respiratory tract infections in adults and children: a systematic review and meta-analysis. PLOS ONE 2017. PMC5544222
- Safety of Andrographis paniculata: a systematic review and meta-analysis. Pharmacoepidemiology and Drug Safety 2021. Mahidol repository
- Hongsirinirachorn M, Threeprasertsuk S, Chutaputti A. Acute hepatitis associated with Barakol. J Med Assoc Thai 2003;86 Suppl 2:S484-9. PMID 12930029
- Padumanonda T, Gritsanapan W. Barakol contents in fresh and cooked Senna siamea leaves. Southeast Asian J Trop Med Public Health 2006;37(2):388-93. Global Index Medicus
- Determination of Barakol and Anthraquinone contents and hepatotoxicity evaluation of Senna siamea extracts. Mahidol University. Mahidol repository
- Ethnomedicinal plants used for digestive system disorders by the Karen of northern Thailand. J Ethnobiol Ethnomed 2015. PMC4422539
- Khuankaew S, Srithi K, Tiansawat P, Jampeetong A, Inta A, Wangpakapattanawong P. Ethnobotanical study of medicinal plants used by Tai Yai in Northern Thailand. J Ethnopharmacol 2014;151(2):829-38. PMID 24334162
- Highly localised traditional knowledge of Mien medicinal plants in Chiang Rai, Thailand. Mahidol repository
- Ethnobotany of Zingiberaceae in Mae Hong Son, Northern Thailand. Biodiversitas. smujo.id
- Brun V, Schumacher T. Traditional Herbal Medicine in Northern Thailand (1987), reviewed in Journal of Ethnobiology. ethnobiology.org